วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ไฮเปอร์เท็กซ์(Hypertext)
ไฮเปอร์เท็กซ์(Hypertext)
“ ไฮเปอร์เท็กซ์ ” หมายถึง การผสมผสานระหว่างข้อความหรือภาษาธรรมชาติกับกระบวนการทางคอมพิวเตอร์ อาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า “ ไฮเปอร์เท็กซ์ ” หมายถึง ข้อความหรือกลุ่มของข้อความที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยมีการนำเสนอแบบปฏิสัมพันธ์ โดยการนำข้อความที่ใช้มาเป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งจะมีลักษณะเด่นกว่าข้อความอื่น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี ตัวหนาหรือตัวเอียง เป็นต้น
ไฮเปอร์เท็กซ์ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาก่อนที่ Blaise pascal นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส จะคิดเครื่องบวกลบเลข
ปี ค . ศ .1965 ภายหลังการคิดค้นคอมพิวเตอร์ ได้มีการนำเครื่องมือ MEMEX (Memory Extender) มาประยุกต์ใช้กับคอมพิวเตอร์ โดยนำข้อความมาเชื่อมโยงระหว่างกัน เรียกว่า”ไฮเปอร์เท็กซ์”
ปี ค . ศ .1985 บ . ซีรอกซ์ ได้คิดค้นวิธีการเชื่อมโยงไฮเปอร์เท็กซ์แบบใหม่โดยสามารถนำภาพมาประกอบการเชื่อมโยงได้ด้วย
ปี ค . ศ .1965 ภายหลังการคิดค้นคอมพิวเตอร์ ได้มีการนำเครื่องมือ MEMEX (Memory Extender) มาประยุกต์ใช้กับคอมพิวเตอร์ โดยนำข้อความมาเชื่อมโยงระหว่างกัน เรียกว่า”ไฮเปอร์เท็กซ์”
ปี ค . ศ .1985 บ . ซีรอกซ์ ได้คิดค้นวิธีการเชื่อมโยงไฮเปอร์เท็กซ์แบบใหม่โดยสามารถนำภาพมาประกอบการเชื่อมโยงได้ด้วย
แบบจำลองระบบไฮเปอร์เท็กซ์
แบบจำลองของระบบไฮเปอร์เท็กซ์อธิบายถึงลักษณะและขอบเขตของงานที่ได้ออกแบบไว้ ส่วนใหญ่แบบจำลองจะอธิบายถึงสัมพันธ์ระหว่างลิงค์ ( Links ) กับ โหนด ( Node ) ซึ่งแสดงได้ดังรูป
Node Node Node Link Link Link
แบบจำลองของระบบไฮเปอร์เท็กซ์อธิบายถึงลักษณะและขอบเขตของงานที่ได้ออกแบบไว้ ส่วนใหญ่แบบจำลองจะอธิบายถึงสัมพันธ์ระหว่างลิงค์ ( Links ) กับ โหนด ( Node ) ซึ่งแสดงได้ดังรูป
Node Node Node Link Link Link
องค์ประกอบของระบบไฮเปอร์เท็กซ์
- พอยต์ ( Point ) หมายถึง กลุ่มคำ หรือ วลี ที่เป็นข้อความพิเศษที่แสดงว่ามีการเชื่อมโยงเกิดขึ้น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสีหรือตัวหนา เพื่อทำให้รู้ว่าเป็น พอยต์ เมื่อผู้อ่านเลื่อนเคอร์เซอร์มาถึงพอยต์ เคอร์เซอร์จะเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์อื่น เช่น รูปมือ
- โหนด ( Node ) หมายถึง กลุ่มคำของข้อมูลที่สัมพันธ์กันหรือเป็นเรื่องเดียวกันซึ่งถูกจัดไว้เป็นกลุ่มเดียว ซึ่งภายในโหนดนั้นอาจมีพอยต์อยู่มากกว่าหนึ่งพอยต์ก็ได้ ความยาวของโหนดนั้นไม่สามารถระบุตายตัวได้ โหนดหนึ่งโหนด อาจเปรียบเทียบได้กับเนื้อหาข้อมูลที่เขียนขึ้นมาอยู่บนกระดาษแผ่นเดียวกัน
- ลิงค์ ( Link ) หมายถึง การเชื่อมโยงเอกสารจากต้นทางไปปลายทาง จำแนกลิงค์ออกได้เป็น 3 ชนิด ประกอบด้วย
ใช้สำหรับเชื่อมโยงโดยอ้างถึงโดยตรงระหว่างจุดสองจุด ตัวอย่างเช่น ปุ่มที่มี
ข้อความลิงค์ไปข้างหน้า ( Forward ) หรือย้อนกลับ ( Backward )
ลิงค์ชนิดแผนภูมิ ( Organization Link )
มีความคล้ายคลึงกับลิงค์ชนิดอ้างถึงจะแตกต่างกันที่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างโหนดด้วยกันในลักษณะที่
เป็นโครงสร้างไฮราคี่
ลิงค์ชนิดคีย์เวิร์ด ( Keyword Link )
เป็นการนำกลุ่มคำหรือวลีต่างๆ ที่มีความหมายและสัมพันธ์ระหว่างกันมาเชื่อมโยงด้วยวิธีการเดียวกับการลิงค์ชนิดอ้างถึงหรือแผนภูมิ
โครงสร้างของ Hypertext แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
(1) ชนิดที่มีโครงสร้างแน่นอน ( Structured Hypertext ) แบ่งย่อยเป็น 2 ชนิด ได้แก่
โครงสร้างชนิดเรียงลำดับ ( Sequential Structured Hypertext ) จะมีการจัดเรียงเนื้อหาไว้อย่างเป็น
ระเบียบ ดังนั้นการจะเข้าถึงข้อมูล ต้องผ่านโหนดที่อยู่ก่อนตามลำดับ
โครงสร้างชนิดจดหมาย ( Structured Hypertext for Mail ) ผู้ออกแบบต้องวิเคราะห์เนื้อหาอย่างละเอียด และจัดความสัมพันธ์ของเนื้อหาทั้งหมด และมีการกำหนดโหนดหลักและโหนดที่เป็นส่วนขยายด้วย
โครงสร้างชนิดเรียงลำดับ ( Sequential Structured Hypertext ) จะมีการจัดเรียงเนื้อหาไว้อย่างเป็น
ระเบียบ ดังนั้นการจะเข้าถึงข้อมูล ต้องผ่านโหนดที่อยู่ก่อนตามลำดับ
โครงสร้างชนิดจดหมาย ( Structured Hypertext for Mail ) ผู้ออกแบบต้องวิเคราะห์เนื้อหาอย่างละเอียด และจัดความสัมพันธ์ของเนื้อหาทั้งหมด และมีการกำหนดโหนดหลักและโหนดที่เป็นส่วนขยายด้วย
(2) ชนิดที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ( Unstructured Hypertext )
เป็นการเชื่อมโยงโหนดในลักษณะของการสุ่มจากโหนดหนึ่งไปยังโหนดอื่นๆ ภายในโหนดจะมีการจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
เป็นการเชื่อมโยงโหนดในลักษณะของการสุ่มจากโหนดหนึ่งไปยังโหนดอื่นๆ ภายในโหนดจะมีการจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
โครงสร้างไฮราคี่ ( Hierarchies Structure )
โครงสร้างไฮราคี่ เป็นการผสมผสานของโครงสร้างระบบไฮเปอร์เท็กซ์ 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ชนิดที่ไม่มีโครงสร้าง
ที่แน่นอนกับชนิดที่มีโครงสร้างแน่นอน โดยใช้หลักการเดียวกันกับระบบการจัดการฐานข้อมูล ( DBMS: ) โดยการ
รวบรวมเนื้อหาทั้งหมดแล้วแตกออกเป็นเนื้อหาย่อยเป็น แบบโครงสร้างต้นไม้ ( Tree Diagram )
แบ่งย่อยเป็น 3 ประเภทได้แก่
ชนิดจำกัดความสัมพันธ์ ( Strict Hierarchy )
ชนิดไม่จำกัดความสัมพันธ์ ( Compromised Hierarchy )
ชนิดซ้อน ( Overlapping Hierarchy )
โครงสร้างไฮราคี่ เป็นการผสมผสานของโครงสร้างระบบไฮเปอร์เท็กซ์ 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ชนิดที่ไม่มีโครงสร้าง
ที่แน่นอนกับชนิดที่มีโครงสร้างแน่นอน โดยใช้หลักการเดียวกันกับระบบการจัดการฐานข้อมูล ( DBMS: ) โดยการ
รวบรวมเนื้อหาทั้งหมดแล้วแตกออกเป็นเนื้อหาย่อยเป็น แบบโครงสร้างต้นไม้ ( Tree Diagram )
แบ่งย่อยเป็น 3 ประเภทได้แก่
ชนิดจำกัดความสัมพันธ์ ( Strict Hierarchy )
ชนิดไม่จำกัดความสัมพันธ์ ( Compromised Hierarchy )
ชนิดซ้อน ( Overlapping Hierarchy )
ประโยชน์ของระบบไฮเปอร์เท็กซ์
ประโยชน์ของระบบไฮเปอร์เท็กซ์ นอกจากจะสามารถบริหารจัดการ เชื่อมโยง และติดต่อข้อมูลเพื่อสื่อความหมายอย่างมีปฏิสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และยังสามารถทำให้ผู้ใช้เลือกใช้เส้นทางที่สะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าจะไปข้างหน้าหรือย้อนกลับในเส้นทางเดิมได้ และยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วทั้งนี้เนื่องจากการทำงานของระบบไฮเปอร์เท็กซ์จะมีการเชื่อมโยงที่ไม่เป็นในแนวเส้นตรง เป็นต้น
ปัญหาและแนวทางแก้ไขระบบไฮเปอร์เท็กซ์
ประโยชน์ของระบบไฮเปอร์เท็กซ์ นอกจากจะสามารถบริหารจัดการ เชื่อมโยง และติดต่อข้อมูลเพื่อสื่อความหมายอย่างมีปฏิสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และยังสามารถทำให้ผู้ใช้เลือกใช้เส้นทางที่สะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าจะไปข้างหน้าหรือย้อนกลับในเส้นทางเดิมได้ และยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วทั้งนี้เนื่องจากการทำงานของระบบไฮเปอร์เท็กซ์จะมีการเชื่อมโยงที่ไม่เป็นในแนวเส้นตรง เป็นต้น
ปัญหาและแนวทางแก้ไขระบบไฮเปอร์เท็กซ์
ปัญหาที่เกี่ยวกับระบบไฮเปอร์เท็กซ์
ส่วนใหญ่ที่พบมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานที่มักจะหลงทางเข้าไปติดอยู่ในวังวน และการแสดงผลของข้อมูลที่พบเจอนั้นมีมากจนเกินไป โดยเฉพาะกับระบบที่ได้ออกแบบไว้ยังไม่ดีพอ
ดังนั้นแนวทางแก้ไข คือการค้นหาวิธีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับการนำเสนอข้อมูล ( Presentation ) การนำทาง ( Navigation ) เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยเรียกวิธีการนี้ว่า ( Adaptive Hypertext/ Hypermedia Systems )
ดังนั้นแนวทางแก้ไข คือการค้นหาวิธีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับการนำเสนอข้อมูล ( Presentation ) การนำทาง ( Navigation ) เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยเรียกวิธีการนี้ว่า ( Adaptive Hypertext/ Hypermedia Systems )
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
หมายถึง โครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาโดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัดบททบทวน และคาถามคาตอบไว้พร้อมผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่ เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาลหลักภาษาไทย และสถานที่สาคัญของประเทศไทย โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ วิถีชีวิตของคนไทยพวน โปรแกรม ดนตรีไทยแสนสนุก โปรแกรม ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตโปรแกรมสานวนไทยพาสนุก โปรแกรมฝึกอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ โปรแกรมเรียนรู้คณิตศาสตร์
ตัวอย่างโปรแกรม
โปรแกรมสานวนไทยพาสนุก
ผู้พัฒนา เด็กหญิงจิราพร แจ้งไพร และเด็กหญิงกนิษฐา สุริเมือง
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์วิรุบล จันตา
สถานศึกษา โรงเรียนภัทรวิทยา จ.ตาก

โปรแกรม ดนตรีไทยแสนสนุก
ผู้พัฒนา นางสาว อัญชลี เตมีประเสริฐกิจ
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ชนารัตน์ คาอ่อน
สถานศึกษา โรงเรียนระยองวิทยาค

อ้างอิง
http://www.slideshare.net/royphimnamsongwong/ss-37975075
หมายถึง โครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาโดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัดบททบทวน และคาถามคาตอบไว้พร้อมผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่ เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาลหลักภาษาไทย และสถานที่สาคัญของประเทศไทย โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ วิถีชีวิตของคนไทยพวน โปรแกรม ดนตรีไทยแสนสนุก โปรแกรม ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตโปรแกรมสานวนไทยพาสนุก โปรแกรมฝึกอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ โปรแกรมเรียนรู้คณิตศาสตร์
ตัวอย่างโปรแกรม
โปรแกรมสานวนไทยพาสนุก
ผู้พัฒนา เด็กหญิงจิราพร แจ้งไพร และเด็กหญิงกนิษฐา สุริเมือง
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์วิรุบล จันตา
สถานศึกษา โรงเรียนภัทรวิทยา จ.ตาก
โปรแกรม ดนตรีไทยแสนสนุก
ผู้พัฒนา นางสาว อัญชลี เตมีประเสริฐกิจ
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ชนารัตน์ คาอ่อน
สถานศึกษา โรงเรียนระยองวิทยาค
อ้างอิง
http://www.slideshare.net/royphimnamsongwong/ss-37975075
วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
การแบ่งคําภาษาไทยด้วยเทคนิคไตรแกรม
การแบ่งคําภาษาไทยด้วยเทคนิคไตรแกรม
โครงงานการแบ่งคำภาษาไทยด้วยเทคนิคไตรแกรมเป็นการพฒนาโปรแกรมแบ่งคาไทยเพื่อ
แก้ปัญหาขอบเขตที่ไม่ชัดเจนของคาและความกำกวมของภาษาไทย ที่สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในด้าน
อื่นๆ ที่เกี่ยวของในการประมวลผลภาษาไทยได้เช่น การปรับรูปเขียนให้เป็นรูปอ่านในระบบแปลง
รูปอกษรเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ระบบการแปลภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศการสะกดคำำคัญเพื่อใช้ในระบบการค้นคืนข้อมูลสารสนเทศ (Information Retrieval) โดยโปรแกรมจะถูกพัฒนาด้วย
เทคนิคไตรแกรมซึ่งเป็นวิธีการนาสถิติมาช่วยในการเลือกแบ่งขอบเขตคํา
วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาโปรแกรมแบ่งคำภาษาไทย
อุปกรณ์ที่ใช้
คอมพิวเตอร์
โปรแกรมที่ใช้
1. ภาษาที่ใชเขียน: Java
2. API: Java API
3. IDE: NetBeans
4. DBMS: MySQL
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.โปรแกรมแบ่งคําไทยให้มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น
2.โปรแกรมแบ่งคำนี้เกิดประโยชน์ต่อการนำไปใช้งานได้จริง
หรือนาไปพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ต คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยจะเป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องจากทั่วโลกมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยให้สามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ทั่วโลก ในการติดต่อกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องมีการระบุว่า ส่งมาจากไหน ส่งไปให้ใครซึ่งต้องมีการระบุ ชื่อเครื่อง (คล้ายกับเลขที่บ้าน) ในอินเทอร์เน็ตใช้ข้อตกลงในการติดต่อที่เรียกว่า TCP/IP (ข้อตกลงที่ทำให้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันได้) ซึ่งจะใช้สิ่งที่เรียกค่า “ไอพี-แอดเดรส” (IP-Address) ในการระบุชื่อเครื่องจะไม่มีเบอร์ที่ซํ้ากันได้
การเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานเป็นสำคัญ เช่นใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลที่บ้าน ใช้ในเชิงธุรกิจ ใช้เพื่อความบันเทิง หรือใช้ภายในองค์กรขนาดใหญ่ ดังนั้นการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตจึงมีความแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความต้องการ รวมทั้งเงินทุนที่จะใช้ในการติดตั้งระบบด้วย ปัจจุบันการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่นิยมใช้มี 5 ลักษณะ คือ
1. การเชื่อมต่อแบบ Dial Up
เป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่เคยได้รับความนิยมในยุคแรก ๆ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บุคคล กับสายโทรศัพท์บ้านที่เป็นสายตรงต่อเชื่อมเข้ากับโมเด็ม (Modem) ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตต้องทำการติดต่อกับผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โดยผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะกำหนดชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) มให้เพื่อเข้าใช้บริการอินเตอร์เน็ต
2.การเชื่อมต่อแบบ ISDN?(Internet Services Digital Network)
เป็นการเชื่อมต่อที่คล้ายกับแบบ Dial Up เพราะต้องใช้โทรศัพท์และโมเด็มในการเชื่อมต่อ ต่างกันตรงที่ระบบโทรศัพท์เป็นระบบความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอล (Digital) และต้องใช้โมเด็มแบบ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ
ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ที่ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ ISDN
การเชื่อมต่อต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ
ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการนี้ อยู่ในอาณาเขตที่ใช้บริการ ISDN ได้หรือไม่
เป็นการเชื่อมต่อที่คล้ายกับแบบ Dial Up เพราะต้องใช้โทรศัพท์และโมเด็มในการเชื่อมต่อ ต่างกันตรงที่ระบบโทรศัพท์เป็นระบบความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอล (Digital) และต้องใช้โมเด็มแบบ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ
ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ที่ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ ISDN
การเชื่อมต่อต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ
ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการนี้ อยู่ในอาณาเขตที่ใช้บริการ ISDN ได้หรือไม่
3.การเชื่อมต่อแบบ DSL?(Digital Subscriber Line)
เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายโทรศัพท์ธรรมดา ที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและพูดผ่านสายโทรศัพท์ปกติได้ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตแบบ DSL ก็คือ
ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ให้บริการระบบโทรศัพท์แบบ DSL หรือไม่
บัญชีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแบบ DSL
การเชื่อมต่อต้องใช้ DSL Modem ในการเชื่อมต่อ
ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายโทรศัพท์ธรรมดา ที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและพูดผ่านสายโทรศัพท์ปกติได้ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตแบบ DSL ก็คือ
ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ให้บริการระบบโทรศัพท์แบบ DSL หรือไม่
บัญชีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแบบ DSL
การเชื่อมต่อต้องใช้ DSL Modem ในการเชื่อมต่อ
ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
4.การเชื่อมต่อแบบ Cable
เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายสื่อสารเดียวกับ Cable TV จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
ใช้ Cable Modem เพื่อเชื่อมต่อ
ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายสื่อสารเดียวกับ Cable TV จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
ใช้ Cable Modem เพื่อเชื่อมต่อ
ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
5.การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites)
เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า Direct Broadcast Satellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
จานดาวเทียมขนาด 18-21 นิ้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากดาวเทียม
ใช้ Modem เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต
เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า Direct Broadcast Satellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
จานดาวเทียมขนาด 18-21 นิ้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากดาวเทียม
ใช้ Modem เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
อุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่
แบตเตอรี่อัจฉริยะ ชาร์จไฟได้ภายใน 30 วินาที
เหนื่อยกับการรอคอยเวลาชาร์จมือถือใช่ไหม เทคโนโลยีจาก บริษัท StoreDot ของอิสราเอลอาจเป็นทางออก เมื่อมีการคิดค้นแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาชาร์จเพียง 30 วินาที ส่วนประกอบสำคัญในแบตเตอรี่ที่ให้ความเร็วสูงในการชาร์จนี้ ประกอบด้วยชิ้นส่วน Nano Dotsที่มาจากวัสดุอินทรีย์ชีวภาพ ที่มีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานของอิเล็กโทรไลส่งผลให้แบตเตอรี่สามารถชาร์จเต็มได้ภายในไม่กี่วินาที แบตเตอรี่นี้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ เนื่องจาก Nano Dots นั้นเกิดขึ้นตามธรรมชาติ และใช้พื้นฐานกลไกชีวภาพเป็นส่วนประกอบ เทคโนโลยีนี้สามารถประยุกต์ไปใช้ในวงกว้างเกี่ยวกับวัตถุดิบจากอินทรีย์ชีวภาพ ที่มีกระบวนการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน บริษัทมีแผนการสำหรับการผลิตในตลาดใหญ่ และเทคโนโลยี Nanotech นั้นสามารถเปลี่ยนทิศทางการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพา และมีการคาดหวังว่าจะนำไปสู้การผลิตรถไฟฟ้าที่สามารถชาร์จพลังงานได้อย่างรวดเร็ว |
วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557
อุปกรณ์พื้นฐานคอมพิวเตอร์
ROM
· เก็บโปรแกรมไบออส (Basic Input output System : BIOS) หรือเฟิร์มแวร์ ที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์
· ใช้เก็บโปรแกรมการทำงานสำหรับเครื่องคิดเลข
· ใช้เก็บโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ที่ทำงานเฉพาะด้าน เช่น ในรถยนต์ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมวงจร ควบคุมในเครื่องซักผ้า เป็นต้น
RAM
คือหน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์ มีความสำคัญมากต่อประสิทธิภาพการทำงานและความเร็วในการทำงานโดยรวมของคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่รับข้อมูลและชุดคำสั่งของโปรแกรมต่างๆ เพื่อส่งไปให้ CPU (Central Processing Unit) ซึ่งเปรียบเสมือนสมองของคอมพิวเตอร์ให้ประมวลผลข้อมูลตามต้องการ ก่อนจะแสดงผลการประมวลที่ได้ออกมาทางหน้าจอแสดงผล (Monitor) นั่นเอง
RAM จะทำหน้าที่เก็บชุดคำสั่งและข้อมูลที่ระบบคอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่ ทั้งในแบบของ Input และ Output โดยการเข้าถึงข้อมูลของ RAM นั้น จะเป็นการเข้าถึงแบบสุ่ม หรือ Random Access ซึ่งหมายถึงโปรเซสเซอร์สามารถเข้าถึงทุกๆส่วนของหน่วยความจำหรือพื้นที่เก็บข้อมูลได้โดยตรง เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำงานและการรับ-ส่งข้อมูล
2. Working Storage Area
3. Output Storage Area
4. Program Storage Area
http://www.xn--l3can3bb3b4bod6ab8bxnra.com/ram-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/
ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
EIS (executive information system ) แปลว่า ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร
หมายถึง การนำสารสนเทศหรือข้อมูลต่าง ๆ มาเก็บไว้ในรูปแบบที่ผู้บริหารมักจะต้องการใช้ และสามารถจะเรียกมาดู หรือใช้ได้สะดวก
ระบบข่าวสารเพื่อการบริหารชั้นสูง (EIS) เป็นระบบข่าวสารที่มีความสำคัญต่อผู้บริหารองค์กร
ในเรื่องการพิจารณากำหนดนโยบาย วางแผนกลยุทธ์ขององค์กร ให้สามารถจัดการองค์กร ให้สามารถดำเนินการบรรลุเป้าหมายหรือแข่งขันกับองค์กรอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
GDSS Huber (1984) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม หมายถึง การผสมผสานการใช้งานระหว่าง ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ภาษา และกระบวนการเพื่อการสนับสนุนการประชุมกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจต่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง
DeSanctis, Gallupe (1987) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม หมายถึง ระบบที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้กลุ่มคนในเรื่องของการตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่ไม่มีโครงสร้าง ดังนั้น องค์ประกอบของระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม จึงต้องประกอบด้วย ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ผู้ใช้ และกระบวนการที่ใช้สนับสนุนการดำเนินการประชุม จนสามารถทำให้การประชุมเป้นไปด้วยดี
ดังนั้น ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม จึงต้องประกอบไปด้วยเครื่องมือชนิดอื่นๆ อีกมากมายที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ร่วมตัดสินใจได้ เพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจ และใช้งานร่วมกันได้
ความแตกต่างของระบบ EIS และ ระบบ GDSS
ระบบของ GDSS จะเน้นออกแบบไปในทางที่ประชากรเป็นกลุ่มๆ ทางด้านความสามารถนั้น
จะต้องหาบุคลากรที่มีความชำนาญในด้านนี้พอสมควร ในด้านข้อมูลถือว่ามีความละเอียดสูงโดยจะได้รับความคิดเห็นได้หลากหลาย แล้วนำข้อเสนอหรือความคิดเห็นมาปรับปรุงแก้ไขได้
ส่วนของระบบ EIS จะเน้นไปในทางของผู้บริหารเพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่ได้มีความรวดเร็วเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน โดย จะสามารถวิเคราะห์แนวโน้มในภายภาคหน้าได้ ซึ่งเป็นระบบสำคัญให้กับองค์กรหรือบริษัทของผู้บริหารเป็นอย่างดี เป็นตัวช่วยในหารตัดสินใจที่ดี
วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557
ระบบสารสนเทศ
ความหมาย
ระบบสารสนเทศ ก็คือ ระบบของการจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูล โดยอาศัยบุคคลและเทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินการ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เหมาะสมกับงานหรือภารกิจแต่ละอย่าง
ตัวอย่าง
การซื้อสินค้าออนไลน์
1.) เลือกสินค้าที่ต้องการจะสั่งซื้อโดยคลิกเข้าไปในตัวสินค้าที่ต้องการ จากนั้นให้หยิบใส่ตระกร้าโดยจะมีเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์
คลิ๊กที่ สั่งซื้อสินค้า
2.) จากนั้นกรอกชื่อที่อยู่ เบอร์โทร แล้วกด ยืนยันการสั่งซื้อ คลิ๊ก หยิบใส่ตระกร้าสินค้า
3.) หลักจากที่กรอกรายละเอียด จำนวนสินค้าครบแล้ว ในรายการสินค้า สามารถเพิ่ม-ลบจำนวนสินค้าได้นะค่ะ เมื่อแก้ไขรายการเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมคลิ๊กที่ปุ่มอัพเดตตะกร้าสินค้า จากนั้นคลิ๊กยืนยันการสั่งซื้อ หรือ กลับไปซื้อต่อ
4.) โปรด จด หรือ จำรหัส หมายเลขคำสั่งซื้อ : xxxxxx วันที่สั่งซื้อ : xxxx-xx-xxเวลา : 00:00:00 และ รหัสลูกค้า : xxxxx หรือสามารถ เข้าไปเช็คได้ที่กล่องจดหมายของคุณจะมีอีเมล์ยืนยันการสั่งซื้อส่งไปให้
5.) เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว กรุณาแจ้งการชำระเงินผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 08xxxxxxxx
6.) จากนั้นรอรับสินค้าได้เลย โดยทางร้านจะส่งวันที่ส่งสินค้า (หลังจากทางร้านเตรวจสอบยอดชำระเงินแล้ว) ภายใน 3-5วัน
ประเภทของระบบสารสนเทศ
1. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (ManagementInformation System : MIS)
คือระบบที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารที่ต้องการการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้ประโยชน์มากกว่าการ ช่วยงานแบบวันต่อวัน ประกอบไปด้วยโปรแกรมต่างที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อขยายขอบเขตความสามารถของธุรกิจ
ลักษณะเด่นของ MIS1จะสนับสนุนการทำงานของระบบประมวลผลข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลรายวัน
2 จะช่วย ให้ผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง เรียกใช้ข้อมูลที่เป็นโครงสร้างได้ตามเวลาที่ต้องการ
3 จะมีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับความต้องการข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปขององค์กร
4 ต้องมีระบบรักษาความลับของข้อมูล และจำกัดการ ใช้งานของบุคคลเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
2. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (DecisionSupport System : DSS)
คือระบบที่ทำหน้าที่จัดเตรียมสารสนเทศเพื่อช่วยในการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อช่วย ในการตัดสินใจที่ไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้า เช่น การตัดสินใจเกี่ยวกับการรวมบริษัทและการหาบริษัทร่วม การขยายโรงงาน ผลิตภัณฑ์ใหม่
ลักษณะเด่นของ DSS1 จะช่วย ผู้บริหารในกระบวนการการตัดสินใจ
2 จะถูกออกแบบมาให้สามารถเรียกใช้ทั้งข้อมูลแบบ กึ่งโครงสร้างและแบบไม่มีโครงสร้าง
3 จะต้อง สามารถสนับสนุนผู้ตัดสินใจได้ในทุกระดับ แต่จะเน้น ที่ระดับวางแผนบริหารและวางแผนยุทธศาสตร์
4 มีรูปแบบการใช้งานอเนกประสงค์ มีความ สามารถในการจำลองสถานการณ์ และมีเครื่องมือในการ วิเคราะห์สำหรับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
